คนเหล็ก-ปุ๋ยลำไย

กะหล่ำปลี

  • กะหล่ำปลี เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง เนื่องจากมีคุณค่าในทางอาหารสูง มีรสชาติดี หวานกรอบ รับประทานได้ทั้งดิบและสุก มีอายุการเก็บรักษาได้นาน และทนทานต่อการขนส่งพอสมควร เรียกได้ว่าน่าปลูกมากทีเดียว ทางเราได้เรียบเรียงวิธีการปลูกกะหล่ำปลีแบบสั้นๆเข้าใจง่ายไว้ในบทความนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจปลูก

สายพันธุ์ของกะหล่ำปลีสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  • กะหล่ำ ปลีธรรมดา มีความสำคัญและปลูกมากที่สุดในแง่ผัก บริโภค มีลักษณะหัวหลายแบบ ตั้งแต่หัวกลม หัวแหลมเป็นรูปหัวใจ จนถึงกลมแบนราบ มีสีเขียวจนถึงเขียวอ่อน เป็นพันธุ์ที่ทนร้อน อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 50-60 วัน พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่พันธุ์ลูกผสมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ผสมเปิดอื่น ๆ อีกเช่น พันธุ์โคเปนเฮเกนมาร์เก็ต พันธุ์โกเดนเอเลอร์
  • กะหล่ำปลีกะหล่ำปลีแดง มีลักษณะหัวค่อนข้างกลม ใบสีแดงทับทิม ส่วนใหญ่มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 90 วัน ต้องการอากาศหนาวเย็นพอสมควร เมื่อนำไปต้มน้ำจะมีสีแดงคล้ำ พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่พันธุ์รูบี้บอล รูบี้เพอเฟคชั่น
  • กะหล่ำปลีใบย่น มีลักษณะผิวใบหยิกย่นและเป็นคลื่นมากต้องการอากาศหนาวเย็นในการปลูก

การเพาะเมล็ด

  • การเตรียมดินแปลงเพาะต้องทำอย่างละเอียด หว่านเมล็ดแล้วโรยด้วยมูลไก่ทับหน้า ตามด้วยปุ๋ยยูเรียโรยบางๆ ให้น้ำเช้าเย็น คลุมแปลงด้วยซาแรนพรางแสง ไม่ใช่เพื่อต้องการพรางแสงให้แปลงเพาะแต่อย่างไร แต่ป้องกันไม่ให้สุนัขมาคุ้ยเขี่ยแปลงเพาะ หลังจากเพาะเมล็ดในแปลงเพาะได้ 1 เดือน จึงถอนกล้าย้ายมาปลูกในแปลงใหญ่ พันธุ์ที่ใช้เป็นพันธุ์ของญี่ปุ่น ใช้ 2 พันธุ์ คือพันธุ์ ที-530 ใบค่อนข้างกลม ชอบความชุ่มชื้น จึงให้น้ำบ่อยได้ และพันธุ์ ที-523 ทั้งสองพันธุ์เป็นพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรค ทนฝน ทนต่อการขนส่ง หัวห่อแน่น น้ำหนักดีเป็นที่ต้องการของตลาด ลำต้นสูงประมาณ 40-55 เซนติเมตร ขนาดดอกหนัก ประมาณ 0.5-1.20 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 60-90 วัน เมล็ดพันธุ์บรรจุในกระป๋อง ขนาด 50 กรัมราคาประมาณ 500 บาท กะหล่ำปลีทั้ง 2 พันธุ์นี้ ในตลาดลำปางไม่มีขาย ต้องเดินทางไปซื้อที่จังหวัดแพร่

วิธีปลูก

  • การปลูกกะหล่ำปลีจะเริ่มเมื่อใกล้สิ้นสุดฤดูฝนหรือฝนใกล้หมด ดังนั้น ในฤดูฝนจึงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทนเท่ากับเป็นการปลูกพืชหมุนเวียนไปในตัว เมื่อหักข้าวโพดออกหมดแล้วจึงไถเตรียมดิน ปีหนึ่งสามารถปลูกกะหล่ำปลีได้ 2 ครั้ง การปลูกขุดหลุมลึกประมาณครึ่งหน้าจอบ (ประมาณ 10-15 เซนติเมตร) เว้นระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถวห่างพอประมาณ กะด้วยสายตาว่ากะหล่ำปลีแผ่ใบชนกันพอดี (ประมาณ 40-50 เซนติเมตร) ไม่ต้องวัดระยะห่างด้วยเทปวัด เพราะแต่ละคนต่างเคยชินจึงกะด้วยสายตาได้ค่อนข้างแม่นยำ ซึ่งสะดวกรวดเร็ว วางต้นกล้าในหลุม กลบไม่ต้องแน่นมาก และไม่ต้องใช้วัสดุพรางแสงแดด

ปุ๋ยลำไย

ดูแลรักษาใส่ปุ๋ย

ช่วงระยะเพาะกล้า ช่วงระยะทำไหล เพิ่มจำนวนไหล ให้ไหลแข็งแรงสมบูรณ์

ทางใบฉีดพ่นด้วย   

  1. ซิลเวอร์ (ตรา คนเหล็ก) 200  ซีซี.
  2. ซุปเปอร์ เอ็นพีเค (ตรา คนเหล็ก) 1 กิโลกรัม
  3. ดินดี ร่วนฟู ( ตรา คนเหล็ก) 1 กิโลกรัม

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 15-0-0  ผสม  ปุ๋ยสูตร 25-7-7  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

ช่วงระยะเริ่มปลูก ช่วงระยะทำไหล เพิ่มจำนวนไหล ให้ไหลแข็งแรงสมบูรณ์

ทางใบฉีดพ่นด้วย   

  1. ซุปเปอร์ เอ็นพีเค (ตรา คนเหล็ก) 1 กิโลกรัม
  2. ซิลเวอร์ (ตรา คนเหล็ก) 200  ซีซี.
  3. จัมโบ้แคล ( ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 15-0-0  ผสม  ปุ๋ยสูตร 25-7-7  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

ช่วงระยะการเจริญเติบโต เพิ่มจำนวนไหล ให้ไหลแข็งแรงสมบูรณ์

ทางใบฉีดพ่นด้วย   

  1. ซุปเปอร์ เอ็น (ตรา คนเหล็ก)  1 กิโลกรัม .
  2. จัมโบ้ ชีล (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  3. จัมโบ้ แคล ( ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 15-0-0  ผสม  ปุ๋ยสูตร 25-7-7  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

ช่วงระยะเริ่มห่อหัว สร้างความสมบูรณ์ของหัว ห่อหัวแน่น หัวไม่ลีบไม่ฝ่อ หัวไม่กรวง ห่อหัวสมบูรณ์

ทางใบฉีดพ่นด้วย   

  1. โบรอน (ตรา คนเหล็ก) 200  ซีซี.
  2. ห่อหัว (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  3. จัมโบ้ แคล ( ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 15-15-15  ผสม  ปุ๋ยสูตร 14-14-21  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

ช่วงระยะห่อหัว ระยะกลาง หัวแน่น หัวไม่แตก ทรงหัวดี ไม่เน่าไม่กรวง น้ำหนักดี

ทางใบฉีดพ่นด้วย 

  1. ห่อหัว (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  2. จัมโบ้ แคล (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  3. โบรอน ( ตรา คนเหล็ก) 1 กิโลกรัม

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 15-15-15 ผสม  ปุ๋ยสูตร 14-14-21  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

ช่วงระยะก่อนเก็บหัว หัวแน่น น้ำหนักดี สีสด เก็บได้นาน ทนการขนส่ง ขายได้ราคา

ทางใบฉีดพ่นด้วย   

  1. จัมโบ้แคล (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  2. แอปทีฟ (ตรา คนเหล็ก) 200 ซีซี.
  3. ซุปเปอร์ เค ( ตรา คนเหล็ก) 1 กิโลกรัม

* (อัตราที่แนะนำผสมน้ำ  200  ลิตร)

ทางดินใส่ปุ๋ย   สูตร 13-13-21  ผสม  ปุ๋ยสูตร 8-24-24  ผสม  ดินดี ตราคนเหล็ก

การให้น้ำ

  • ให้วันละ 4-5 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที เรื่องการให้น้ำนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้การปลูกกะหล่ำปลีประสบความสำเร็จ แปลงกะหล่ำปลีวางท่อ พีวีซี ขนาด 4 นิ้ว ติดตั้งหัวสปริงเกลอร์ระยะห่าง 4 คูณ 4 เมตร ใช้ปั๊มจากเครื่องยนต์ โดยสูบน้ำจากแม่น้ำวังด้วยเครื่องยนต์อีกเครื่องฉุดปั๊มมาพักไว้ในบ่อพัก แล้วจึงติดเครื่องยนต์ปั๊มน้ำไปยังหัวสปริงเกลอร์อีกที ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการให้น้ำในฤดูร้อน ให้น้ำตอน 4 โมงเย็น หรือ 5 โมงเย็น ในฤดูหนาวให้น้ำตอนบ่าย 3 โมง ตอนเช้าไม่ควรให้น้ำ

การขาย

  • การขายไม่มีปัญหา เพราะจะมีนายหน้าวนเวียนมาดูที่แปลง เมื่อพร้อมตัดก็จะเอารถสิบล้อมาขนไปส่งที่ตลาดสี่มุมเมืองและที่ตลาดราชบุรี ส่วนราคาเอาแน่นอนไม่ได้ เมื่อปีที่แล้วราคากิโลกรัมละ 80 สตางค์ บางปีก็กิโลกรัมละ 20 บาท พื้นที่ 1 ไร่ ให้ผลผลิตได้ประมาณ 8 ตัน

ปุ๋ยลำไย

โรคเน่าเละ

สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

  • อาการ ในระยะแรกพบเป็นจุด ๆ หรือบริเวณมีลักษณะฉ่ำน้ำคล้ายรอยช้ำ ต่อมาแผลจะขยายลุกลามออกไป ทำให้เกิดการเน่าเละเป็นเมือกเยิ้มมีกลิ่นเหม็นจัด เมื่ออาการรุนแรงจะทำให้กะหล่ำปลีเกิดการเน่าเละทั้งหัวและหักพับลง

การป้องกันกำจัด

  1. ในแปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี น้ำไม่ขังแฉะ
  2. ใช้สารกำจัดแมลงปากกัดหรือแมลงวันในแปลงปลูก
  3. ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผลหรือรอยช้ำทั้งขณะเก็บเกี่ยวและขนส่ง

โรคราน้ำค้าง

สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา

  • อาการ ถ้ามองจากด้านบนใบจะเห็นเป็นปื้นสีเหลืองจางๆ พลิกใต้ใบขึ้นมาดูหลังใบจะเห็นขุยสีขาวๆในช่วงอากาศเย็นและมีน้ำค้าง พบมากในระยะกล้า

การป้องกันกำจัด

  1. คลุกเมล็ดด้วย สาร เมทาแลกซิล
  2. ถ้าไม่ได้คลุกเมล็ดก่อนปลูก แล้วเกิดอาการโรคราน้ำค้างให้ฉีดพ่นด้วย สาร เมทาแลกซิล หรือ แมนโคเซบแมลงศัตรูพืชที่สำคัญของกะหล่ำปลี

หนอนใยผัก

  • การทำลาย หนอนใยผักจะกัดกินผักอ่อน ดอกหรือใบที่หุ้มอยู่ทำให้ใบเป็นรูพรุน นอกจากนี้หนอนใยผักมีความสามารถในการทนต่อสารเคมี และปรับตัวต้านทานต่อสารเคมีป้องกันกำจัดได้ดี

การป้องกันกำจัด

  1. ใช้สารเคมีกำจัดตัวหนอนโดยตรง อย่างเช่น แซต35 ผสมน้ำพ่นทุกๆ 7 วัน/ครั้ง
  2. ใช้เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัสทรูรินเจนซิส ทำลาย
  3. หมั่นตรวจดูแปลงกะหล่ำปลี เมื่อพบตัวหนอนควรรีบทำลายทันที

หนอนคืบกะหล่ำ

การทำลาย หนอนคืบกะหล่ำเป็นหนอนที่กินจุมาก ในระยะแรกตัวหนอนจะกัดกินที่ผิวใบ พอโตขึ้นจะกัดกินใบทำให้เป็นรอยแหว่งจนเหลือแต่ก้าน

การป้องกันกำจัด

  1. ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง 80 กับดักต่อไร่
  2. ใช้สารเคมีกำจัดหนอน ถ้าหากพบหนอนคืบกะหล่ำระบาดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดหนอน ที่ผสมน้ำประมาณ 7 วัน/ครั้ง

หนอนเจาะยอดกะหล่ำ

  • การทำลาย หนอนจะเจาะเข้าไปกัดกินในหัวหรือยอดผักที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ยอดขาดไม่เข้าหัว ถ้าระบาดในระยะออกดอกจะเจาะเข้าไปในลำต้น ก้านดอก หรือในระยะเล็กจะกัดกินดอกจนเสียหาย

การป้องกันกำจัด

  1. เลือกกล้าผักที่ไม่มีไข่หรือหนอนเล็กติดมา
  2. ใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด ถ้าหากเป็นแหล่งปลูกผักที่ไม่ค่อยได้ใช้สารเคมีกันมาก่อนควรใช้ เมวินฟอสหรือเมทโธมิล ใช้ในระยะใกล้เก็บผักสด แต่ถ้าเป็นแหล่งที่เคยปลูกผักและมีการใช้สารเคมีมาแล้วควรเลือกใช้สารในกลุ่มไพรีทรอยด์ อย่างเช่น ยาพ่นแซต35 พ่นประมาณ 7 วัน/ครั้ง

การปลูกกะหล่ำปลีนอกจากต้องมีประสบการณ์แล้ว ยังต้องเตรียมใจรับราคาขายที่เอาแน่ไม่ได้ ซึ่งไม่ต่างกับผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ และยังมีโรคพืชตามมาอีกด้วย เกษตรกรต้องหมั่นตรวจดูแปลงกะหล่ำปลีของท่านเผื่อป้องกันกำจัดโรค-ศัตรูพืชต่าง ๆ เพื่อผลผลิตที่ดีนั้นเองค่ะ


กลับหน้าบทความ